Contact Us

E-Magazone
228/65 , Ratchada 32,
Jatujak Bangkok,Thailand 10900
Tel.0926992541
www.emagazone.com
Email: emagazone2017@gmail.com

Thank you Follow Us

รวมบทความ

Facebook

Stories all Around

Stories All Around สาระน่ารู้อยู่รอบตัวคุณ

Popular

ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

21 วันเปลี่ยนชีวิต? จริงหรือแค่ความเชื่อผิด ๆ

เคยได้ยินไหมครับว่า "ถ้าอยากเปลี่ยนนิสัย ให้ทำติดต่อกัน 21 วัน"? แนวคิดนี้แพร่หลายมากในหมู่คนที่อยากพัฒนาตัวเอง แต่คุณเคยสงสัยไหมว่ามันมีที่มาอย่างไร และหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ยืนยันเรื่องนี้จริงหรือเปล่า? มาหาคำตอบกันครับ

จุดเริ่มต้นของแนวคิด 21 วัน: จากห้องผ่าตัดสู่หนังสือขายดี

แนวคิดนี้ไม่ได้เกิดจากงานวิจัยด้านพฤติกรรมศาสตร์โดยตรง แต่มาจากหนังสือที่ชื่อว่า "Psycho-Cybernetics" เขียนโดย ดร. แม็กซ์เวลล์ มอลทซ์ (Dr. Maxwell Maltz) ศัลยแพทย์ชื่อดังชาวอเมริกัน
ในปี 1960 ดร. มอลทซ์สังเกตพฤติกรรมของคนไข้ที่มาทำศัลยกรรม เช่น การเสริมจมูก หรือการใส่แขนขาเทียม เขาพบว่าคนไข้เหล่านี้ใช้เวลาประมาณ 21 วัน ในการปรับตัวเข้ากับภาพลักษณ์ใหม่ของตัวเอง และหลังจากนั้นความรู้สึก "แปลก" หรือ "ไม่คุ้นเคย" ก็จะเริ่มหายไป


จากข้อสังเกตนี้ ดร. มอลทซ์จึงสรุปว่าสมองของมนุษย์อาจต้องใช้เวลาอย่างน้อย 21 วันในการสร้างและยอมรับ "ภาพลักษณ์ของตัวเองใหม่" (self-image) และนั่นเองที่ทำให้แนวคิดนี้ถูกนำมาประยุกต์ใช้กับการสร้างนิสัยใหม่ๆ หรือการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน จนกลายเป็นที่รู้จักในวงกว้างและถูกส่งต่อกันมาอย่างยาวนาน

วิทยาศาสตร์ว่าอย่างไร? 21 วัน หรือ 66 วัน?

แม้ว่าแนวคิดของ ดร. มอลทซ์จะเป็นจุดเริ่มต้นที่สร้างแรงบันดาลใจ แต่ในทางวิทยาศาสตร์แล้ว หลักฐานที่รองรับว่าทุกคนต้องใช้เวลา 21 วันในการสร้างนิสัยนั้นยังไม่มีงานวิจัยที่ยืนยันได้อย่างชัดเจน
ต่อมาในปี 2009 มีการศึกษาที่น่าสนใจของ ดร. ฟิลลิปปา ลัลลี  (Dr.Phillippa Lally) นักวิจัยด้านสุขภาพจิตจาก University College London ซึ่งเธอได้ทำการวิจัยกับอาสาสมัครกว่า 96 คน เพื่อดูว่าต้องใช้เวลานานแค่ไหนในการสร้างพฤติกรรมใหม่ให้เป็นนิสัยที่ทำได้โดยอัตโนมัติ


ผลการศึกษาพบว่าระยะเวลาที่ใช้ในการสร้างนิสัยนั้น แตกต่างกันไปในแต่ละบุคคลอย่างมาก โดยมีตั้งแต่ 18 วันไปจนถึง 254 วัน ซึ่งค่าเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 66 วัน นั่นหมายความว่าการทำอะไรให้กลายเป็นนิสัยที่แท้จริงอาจใช้เวลาเกือบ 2 เดือนเต็ม

ปัจจัยที่ส่งผลต่อระยะเวลาในการสร้างนิสัย ได้แก่:

- ความยากง่ายของพฤติกรรม: การดื่มน้ำ 1 แก้วทุกเช้าอาจใช้เวลาน้อยกว่าการออกกำลังกายวันละ 1 ชั่วโมง 

-สภาพแวดล้อมส่วนบุคคล: การมีแรงสนับสนุนหรือสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยจะช่วยให้สร้างนิสัยได้ง่ายขึ้น
- ความถี่ในการทำ: การทำพฤติกรรมนั้นบ่อยแค่ไหน
-บุคลิกภาพและความตั้งใจของแต่ละคน

บทสรุป: 21 วันไม่ใช่สูตรสำเร็จ แต่เป็นจุดเริ่มต้น

"ทฤษฎี 21 วัน" ไม่ได้เป็นกฎเหล็กตายตัวที่ได้รับการยืนยันทางวิทยาศาสตร์อย่างแน่ชัด แต่เป็น แนวคิดเริ่มต้น ที่ช่วยสร้างแรงบันดาลใจและทำให้ผู้คนมีเป้าหมายที่จับต้องได้ในการเริ่มต้นทำสิ่งใหม่ๆ


ดังนั้น แทนที่จะยึดติดกับตัวเลข 21 วัน ลองเริ่มจากการลงมือทำอะไรบางอย่างอย่างสม่ำเสมอ และถ้าคุณทำได้ติดต่อกัน 21 วัน นั่นก็ถือเป็นก้าวแรกที่ยอดเยี่ยมแล้วครับ เพราะเป้าหมายที่แท้จริงไม่ใช่แค่การทำได้ 21 วัน แต่คือการทำให้สิ่งดีๆ กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตคุณในระยะยาวต่างหาก

แหล่งอ้างอิง
1.หนังสือที่ชื่อว่า "Psycho-Cybernetics", ดร. แม็กซ์เวลล์ มอลทซ์ (Dr. Maxwell Maltz)
2. ผลงานวิจัย ดร. ฟิลลิปปา ลัลลี  (Dr.Phillippa Lally), https://www.surrey.ac.uk/people/phillippa-lally

Story & Photo : eMag

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

มะกรูดดองน้ำผึ้ง ยาอายุวัฒนะ เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน บำรุงเลือด ผิวพรรณ​ดี

ชะเอมเถา สรรพคุณมากล้น จากเถาถึงผล รักษาโรคสารพัด

รสชาติอาหารที่ควรกินในฤดูหนาว