รู้จักวิธีใช้ให้เหมาะสม ปลอดภัย และไม่ทำให้แผลระคายเคืองมากขึ้น
ช่วงฤดูฝนหรือหลังเกิดน้ำท่วม หลายคนต้องเดินลุยน้ำเป็นเวลานาน ทำให้ผิวหนังบริเวณเท้าและซอกนิ้วสัมผัสกับความชื้นต่อเนื่อง จนอาจเกิดอาการคัน แสบ แดง ผิวหนังเปื่อย ลอก หรือมีแผลเล็ก ๆ ที่เรียกกันทั่วไปว่า “น้ำกัดเท้า”
สิ่งสำคัญไม่ได้อยู่เพียงการหาสมุนไพรมาใช้ แต่ต้องเริ่มจากการ ล้างเท้าให้สะอาด เช็ดให้แห้ง และหลีกเลี่ยงความอับชื้น เพราะความชื้นที่ค้างอยู่ระหว่างซอกนิ้วเป็นปัจจัยที่เอื้อต่อปัญหาผิวหนังและเชื้อรา
สมุนไพรบางชนิดมีข้อมูลด้านการลดการอักเสบ สมานแผล หรือมีฤทธิ์ต้านจุลชีพ จึงอาจนำมาใช้เป็น การดูแลเสริม ในกรณีที่อาการไม่รุนแรง แต่ไม่ควรใช้แทนยารักษาเชื้อรา ยาฆ่าเชื้อ หรือการตรวจรักษาเมื่อมีอาการรุนแรง
1. ใบบัวบก
ชื่อวิทยาศาสตร์: Centella asiatica (L.) Urb.
ใบบัวบกเป็นสมุนไพรที่มีการใช้ในศาสตร์การแพทย์แผนไทยมายาวนาน โดยข้อมูลในคลังความรู้ของกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกระบุถึงการใช้บัวบกในด้าน ลดการอักเสบและสมานแผล และมีข้อมูลการศึกษาทางคลินิกเกี่ยวกับการดูแลแผลผิวหนังด้วยผลิตภัณฑ์สารสกัดจากบัวบก
วิธีเตรียม
หากเป็นการดูแลแผลตื้น ควรเลือกใช้ ผลิตภัณฑ์บัวบกสำหรับใช้ภายนอกที่ได้มาตรฐาน มากกว่านำใบสดที่ไม่ผ่านการควบคุมความสะอาดมาพอกแผลโดยตรง
วิธีใช้
ใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับทาภายนอกตามฉลาก โดยทาบาง ๆ บริเวณที่ต้องการ
ข้อควรระวัง
ผู้ที่แพ้พืชในวงศ์ผักชีควรหลีกเลี่ยง และการใช้ผลิตภัณฑ์ทาบัวบกอาจทำให้เกิดความไวต่อแสงในบางรายได้
2. ขมิ้นชัน
ชื่อวิทยาศาสตร์: Curcuma longa L.
ขมิ้นชันเป็นสมุนไพรที่กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกให้ความสำคัญ โดยมีข้อมูลการใช้ภายนอกสำหรับ ผดผื่นคันและแผลบางชนิด และมีสารสำคัญกลุ่มเคอร์คูมินอยด์และน้ำมันหอมระเหยที่เกี่ยวข้องกับฤทธิ์ทางชีวภาพหลายด้าน
วิธีเตรียม
สำหรับการใช้ภายนอก สามารถใช้ ผงขมิ้นชันที่สะอาดและเป็นผลิตภัณฑ์มาตรฐาน หรือผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่ขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้อง
วิธีใช้
ใช้ตามวิธีและปริมาณที่ระบุบนฉลาก โดยเฉพาะกรณีใช้กับผิวหนังที่มีอาการคันหรือระคายเคือง
ข้อควรระวัง
ไม่ควรนำผงสมุนไพรที่ไม่สะอาดโรยลงบนแผลลึก แผลติดเชื้อ หรือแผลที่มีหนอง เพราะอาจเพิ่มการปนเปื้อนและทำให้การรักษาล่าช้า
3. ผิวมะกรูด
ชื่อวิทยาศาสตร์: Citrus hystrix DC.
ผิวมะกรูดมีสารกลุ่มน้ำมันหอมระเหยและสารประกอบอื่น ๆ ที่ได้รับการศึกษาด้านฤทธิ์ต้านการอักเสบและต้านจุลชีพ อย่างไรก็ตาม ข้อมูลดังกล่าวจำนวนหนึ่งเป็นข้อมูลจากการศึกษาทางห้องปฏิบัติการ ไม่ควรนำมาแปลว่า “ผิวมะกรูดรักษาน้ำกัดเท้าได้” โดยตรง
วิธีเตรียม
หากต้องการใช้ในรูปแบบภูมิปัญญา ควรใช้ ผิวมะกรูดที่ล้างสะอาด และนำไปต้มในน้ำสะอาด ไม่ควรใช้สารสกัดเข้มข้นหรือน้ำมันหอมระเหยเข้มข้นทาลงบนผิวโดยตรง
ข้อควรระวัง
ผิวมะกรูดมีสารกลุ่ม furanocoumarins ซึ่งเกี่ยวข้องกับ ความไวต่อแสง จึงควรหลีกเลี่ยงการนำสารสกัดเข้มข้นหรือน้ำมันจากผิวมะกรูดไปใช้บนผิวก่อนสัมผัสแดด
ไม่แนะนำให้ใช้มะกรูดสดถูบริเวณผิวที่แตกหรือเป็นแผล
4. กระเทียมสด
ชื่อวิทยาศาสตร์: Allium sativum L.
กระเทียมเป็นสมุนไพรที่มีสารสำคัญ เช่น allicin และมีการใช้ในภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยสำหรับโรคผิวหนังบางชนิด รวมถึงมีข้อมูลการใช้ภายนอกสำหรับกลากเกลื้อนในฐานข้อมูลสมุนไพรของกรมการแพทย์แผนไทยฯ
อย่างไรก็ตาม จุดนี้ต้องระวังเป็นพิเศษ เพราะ กระเทียมสดสามารถทำให้ผิวหนังระคายเคืองหรือเกิดผิวหนังอักเสบได้
วิธีเตรียม
ไม่แนะนำให้บดกระเทียมสดแล้วพอกทิ้งไว้บนผิวหนัง โดยเฉพาะผิวที่เปื่อย แตก หรือมีแผล
หากต้องการใช้ผลิตภัณฑ์กระเทียมภายนอก ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีการควบคุมความเข้มข้นและมีฉลากชัดเจน
วิธีใช้
ใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับผิวหนังตามคำแนะนำบนฉลาก และหยุดใช้ทันทีหากมีอาการแสบ แดง หรือพุพอง
ข้อควรระวัง
ไม่ควรใช้กระเทียมสดตำพอกบนแผลน้ำกัดเท้าโดยตรง
ข้อมูลของกรมการแพทย์แผนไทยฯ ระบุว่ากระเทียมสามารถทำให้เกิดการระคายเคืองผิวหนังได้ ดังนั้นการใช้กับผิวที่บอบบางหรือมีแผลต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ
5. ตำลึง
ชื่อวิทยาศาสตร์: Coccinia grandis (L.) Voigt
ตำลึงเป็นผักพื้นบ้านที่มีการใช้ในภูมิปัญญาไทย และมีข้อมูลเกี่ยวกับการใช้สมุนไพรพื้นบ้านในการดูแลสุขภาพ แต่สำหรับ การรักษาน้ำกัดเท้าหรือเชื้อราที่เท้าโดยตรง หลักฐานทางคลินิกยังไม่เพียงพอที่จะสรุปว่าใช้แทนการรักษามาตรฐานได้
ดังนั้น หากนำตำลึงมาใช้ ควรมองในฐานะ การดูแลเสริม ไม่ใช่ยารักษาเชื้อรา
วิธีเตรียม
หากใช้ในรูปแบบพื้นบ้าน ควรเลือกใบอ่อนที่สะอาด ล้างให้สะอาด และไม่ใช้วัสดุที่อาจปนเปื้อนกับแผล
ข้อควรระวัง
หากเกิดอาการคัน แสบ แดง หรือบวมมากขึ้นหลังใช้ ให้หยุดใช้ทันที
วิธีดูแล “น้ำกัดเท้า” ที่สำคัญกว่าสมุนไพร
แม้สมุนไพรบางชนิดจะมีข้อมูลสนับสนุนด้านการลดการอักเสบ สมานแผล หรือต้านจุลชีพ แต่หัวใจสำคัญของการดูแลเท้าหลังลุยน้ำคือ การลดความชื้นและป้องกันการติดเชื้อ
2. เช็ดให้แห้ง
โดยเฉพาะ ซอกนิ้วเท้า เพราะเป็นบริเวณที่เกิดความอับชื้นได้ง่าย
3. เปลี่ยนถุงเท้าและรองเท้า
4. อย่าพอกสมุนไพรหลายชนิดพร้อมกัน
การนำสมุนไพรหลายชนิดมาผสมกันโดยไม่ทราบความเข้มข้น อาจทำให้เกิดการระคายเคืองและทำให้ไม่ทราบว่าสารใดเป็นสาเหตุของอาการแพ้
5. อย่าใช้สมุนไพรกับแผลลึกหรือแผลติดเชื้อ หากมีแผลเปิดมาก หนอง กลิ่นผิดปกติ หรือปวดบวมมาก ควรพบแพทย์หรือบุคลากรทางการแพทย์
**แล้วเมื่อไรควรไปพบแพทย์?
**ควรพบแพทย์หรือบุคลากรทางการแพทย์ หากมีอาการต่อไปนี้แดง บวม ร้อน และปวดมากขึ้น
มีหนองหรือของเหลวผิดปกติ
มีแผลลึกหรือแผลขยาย
มีไข้
ผิวหนังเปลี่ยนสีอย่างผิดปกติ
อาการไม่ดีขึ้นหลังดูแลตนเอง
มีโรคประจำตัวที่เพิ่มความเสี่ยงต่อแผลติดเชื้อ เช่น เบาหวาน
โดยเฉพาะผู้ที่เป็นเบาหวาน ไม่ควรรอดูอาการนานเมื่อมีแผลที่เท้า
สมุนไพรไทยมีบทบาทในการดูแลสุขภาพและมีข้อมูลทางวิชาการรองรับในหลายด้าน แต่การใช้สมุนไพรกับปัญหา “น้ำกัดเท้า” ควรเลือกให้เหมาะกับลักษณะอาการ
*ใบบัวบก มีข้อมูลเด่นด้านการสมานแผลและลดการอักเสบ
*ขมิ้นชัน มีข้อมูลการใช้ภายนอกสำหรับผดผื่นคันและแผลบางชนิด
*ผิวมะกรูด มีข้อมูลด้านฤทธิ์ต้านการอักเสบและจุลชีพ แต่ต้องระวังเรื่องความไวต่อแสง
*กระเทียม มีภูมิปัญญาการใช้กับโรคผิวหนังบางชนิด แต่กระเทียมสดสามารถระคายเคืองผิวได้ จึงไม่ควรพอกลงบนแผลโดยตรง
*ตำลึง มีการใช้ในภูมิปัญญาไทย แต่ยังไม่ควรกล่าวว่าเป็นยารักษาน้ำกัดเท้าหรือเชื้อราโดยตรง
ที่สำคัญที่สุดคือ สะอาด–แห้ง–ไม่อับชื้น–ไม่พอกสมุนไพรบนแผลโดยไม่จำเป็น และหากสงสัยการติดเชื้อควรได้รับการประเมินจากบุคลากรทางการแพทย์
สมุนไพรไม่ใช่เพียงเรื่องของ “ใช้แล้วหาย” แต่ต้องรู้จักเลือกส่วนที่ใช้ วิธีเตรียม วิธีใช้ และข้อควรระวังให้เหมาะกับอาการ
Story : eMag. | ความรู้แพทย์แผนไทยเพื่อการดูแลสุขภาพอย่างเข้าใจและปลอดภัย
แหล่งข้อมูล
สิ่งสำคัญไม่ได้อยู่เพียงการหาสมุนไพรมาใช้ แต่ต้องเริ่มจากการ ล้างเท้าให้สะอาด เช็ดให้แห้ง และหลีกเลี่ยงความอับชื้น เพราะความชื้นที่ค้างอยู่ระหว่างซอกนิ้วเป็นปัจจัยที่เอื้อต่อปัญหาผิวหนังและเชื้อรา
สมุนไพรบางชนิดมีข้อมูลด้านการลดการอักเสบ สมานแผล หรือมีฤทธิ์ต้านจุลชีพ จึงอาจนำมาใช้เป็น การดูแลเสริม ในกรณีที่อาการไม่รุนแรง แต่ไม่ควรใช้แทนยารักษาเชื้อรา ยาฆ่าเชื้อ หรือการตรวจรักษาเมื่อมีอาการรุนแรง
1. ใบบัวบก
ชื่อวิทยาศาสตร์: Centella asiatica (L.) Urb.
ใบบัวบกเป็นสมุนไพรที่มีการใช้ในศาสตร์การแพทย์แผนไทยมายาวนาน โดยข้อมูลในคลังความรู้ของกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกระบุถึงการใช้บัวบกในด้าน ลดการอักเสบและสมานแผล และมีข้อมูลการศึกษาทางคลินิกเกี่ยวกับการดูแลแผลผิวหนังด้วยผลิตภัณฑ์สารสกัดจากบัวบก
วิธีเตรียม
หากเป็นการดูแลแผลตื้น ควรเลือกใช้ ผลิตภัณฑ์บัวบกสำหรับใช้ภายนอกที่ได้มาตรฐาน มากกว่านำใบสดที่ไม่ผ่านการควบคุมความสะอาดมาพอกแผลโดยตรง
วิธีใช้
ใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับทาภายนอกตามฉลาก โดยทาบาง ๆ บริเวณที่ต้องการ
ข้อควรระวัง
ผู้ที่แพ้พืชในวงศ์ผักชีควรหลีกเลี่ยง และการใช้ผลิตภัณฑ์ทาบัวบกอาจทำให้เกิดความไวต่อแสงในบางรายได้
2. ขมิ้นชัน
ชื่อวิทยาศาสตร์: Curcuma longa L.
ขมิ้นชันเป็นสมุนไพรที่กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกให้ความสำคัญ โดยมีข้อมูลการใช้ภายนอกสำหรับ ผดผื่นคันและแผลบางชนิด และมีสารสำคัญกลุ่มเคอร์คูมินอยด์และน้ำมันหอมระเหยที่เกี่ยวข้องกับฤทธิ์ทางชีวภาพหลายด้าน
วิธีเตรียม
สำหรับการใช้ภายนอก สามารถใช้ ผงขมิ้นชันที่สะอาดและเป็นผลิตภัณฑ์มาตรฐาน หรือผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่ขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้อง
วิธีใช้
ใช้ตามวิธีและปริมาณที่ระบุบนฉลาก โดยเฉพาะกรณีใช้กับผิวหนังที่มีอาการคันหรือระคายเคือง
ข้อควรระวัง
ไม่ควรนำผงสมุนไพรที่ไม่สะอาดโรยลงบนแผลลึก แผลติดเชื้อ หรือแผลที่มีหนอง เพราะอาจเพิ่มการปนเปื้อนและทำให้การรักษาล่าช้า
3. ผิวมะกรูด
ชื่อวิทยาศาสตร์: Citrus hystrix DC.
ผิวมะกรูดมีสารกลุ่มน้ำมันหอมระเหยและสารประกอบอื่น ๆ ที่ได้รับการศึกษาด้านฤทธิ์ต้านการอักเสบและต้านจุลชีพ อย่างไรก็ตาม ข้อมูลดังกล่าวจำนวนหนึ่งเป็นข้อมูลจากการศึกษาทางห้องปฏิบัติการ ไม่ควรนำมาแปลว่า “ผิวมะกรูดรักษาน้ำกัดเท้าได้” โดยตรง
วิธีเตรียม
หากต้องการใช้ในรูปแบบภูมิปัญญา ควรใช้ ผิวมะกรูดที่ล้างสะอาด และนำไปต้มในน้ำสะอาด ไม่ควรใช้สารสกัดเข้มข้นหรือน้ำมันหอมระเหยเข้มข้นทาลงบนผิวโดยตรง
วิธีใช้
ใช้เฉพาะน้ำต้มที่เย็นแล้วสำหรับการดูแลผิวภายนอก และควรทดสอบบริเวณเล็ก ๆ ก่อน
ใช้เฉพาะน้ำต้มที่เย็นแล้วสำหรับการดูแลผิวภายนอก และควรทดสอบบริเวณเล็ก ๆ ก่อน
ข้อควรระวัง
ผิวมะกรูดมีสารกลุ่ม furanocoumarins ซึ่งเกี่ยวข้องกับ ความไวต่อแสง จึงควรหลีกเลี่ยงการนำสารสกัดเข้มข้นหรือน้ำมันจากผิวมะกรูดไปใช้บนผิวก่อนสัมผัสแดด
ไม่แนะนำให้ใช้มะกรูดสดถูบริเวณผิวที่แตกหรือเป็นแผล
4. กระเทียมสด
ชื่อวิทยาศาสตร์: Allium sativum L.
กระเทียมเป็นสมุนไพรที่มีสารสำคัญ เช่น allicin และมีการใช้ในภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยสำหรับโรคผิวหนังบางชนิด รวมถึงมีข้อมูลการใช้ภายนอกสำหรับกลากเกลื้อนในฐานข้อมูลสมุนไพรของกรมการแพทย์แผนไทยฯ
อย่างไรก็ตาม จุดนี้ต้องระวังเป็นพิเศษ เพราะ กระเทียมสดสามารถทำให้ผิวหนังระคายเคืองหรือเกิดผิวหนังอักเสบได้
วิธีเตรียม
ไม่แนะนำให้บดกระเทียมสดแล้วพอกทิ้งไว้บนผิวหนัง โดยเฉพาะผิวที่เปื่อย แตก หรือมีแผล
หากต้องการใช้ผลิตภัณฑ์กระเทียมภายนอก ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีการควบคุมความเข้มข้นและมีฉลากชัดเจน
วิธีใช้
ใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับผิวหนังตามคำแนะนำบนฉลาก และหยุดใช้ทันทีหากมีอาการแสบ แดง หรือพุพอง
ข้อควรระวัง
ไม่ควรใช้กระเทียมสดตำพอกบนแผลน้ำกัดเท้าโดยตรง
ข้อมูลของกรมการแพทย์แผนไทยฯ ระบุว่ากระเทียมสามารถทำให้เกิดการระคายเคืองผิวหนังได้ ดังนั้นการใช้กับผิวที่บอบบางหรือมีแผลต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ
5. ตำลึง
ชื่อวิทยาศาสตร์: Coccinia grandis (L.) Voigt
ตำลึงเป็นผักพื้นบ้านที่มีการใช้ในภูมิปัญญาไทย และมีข้อมูลเกี่ยวกับการใช้สมุนไพรพื้นบ้านในการดูแลสุขภาพ แต่สำหรับ การรักษาน้ำกัดเท้าหรือเชื้อราที่เท้าโดยตรง หลักฐานทางคลินิกยังไม่เพียงพอที่จะสรุปว่าใช้แทนการรักษามาตรฐานได้
ดังนั้น หากนำตำลึงมาใช้ ควรมองในฐานะ การดูแลเสริม ไม่ใช่ยารักษาเชื้อรา
วิธีเตรียม
หากใช้ในรูปแบบพื้นบ้าน ควรเลือกใบอ่อนที่สะอาด ล้างให้สะอาด และไม่ใช้วัสดุที่อาจปนเปื้อนกับแผล
วิธีใช้
หลีกเลี่ยงการพอกใบสดลงบนแผลเปิด หากมีผลิตภัณฑ์ตำลึงสำหรับใช้ภายนอก ควรใช้ตามฉลากผลิตภัณฑ์
หลีกเลี่ยงการพอกใบสดลงบนแผลเปิด หากมีผลิตภัณฑ์ตำลึงสำหรับใช้ภายนอก ควรใช้ตามฉลากผลิตภัณฑ์
ข้อควรระวัง
หากเกิดอาการคัน แสบ แดง หรือบวมมากขึ้นหลังใช้ ให้หยุดใช้ทันที
วิธีดูแล “น้ำกัดเท้า” ที่สำคัญกว่าสมุนไพร
แม้สมุนไพรบางชนิดจะมีข้อมูลสนับสนุนด้านการลดการอักเสบ สมานแผล หรือต้านจุลชีพ แต่หัวใจสำคัญของการดูแลเท้าหลังลุยน้ำคือ การลดความชื้นและป้องกันการติดเชื้อ
1. ล้างเท้า
หลังสัมผัสน้ำท่วม ควรล้างเท้าด้วยน้ำสะอาดและสบู่อ่อน ๆ
หลังสัมผัสน้ำท่วม ควรล้างเท้าด้วยน้ำสะอาดและสบู่อ่อน ๆ
2. เช็ดให้แห้ง
โดยเฉพาะ ซอกนิ้วเท้า เพราะเป็นบริเวณที่เกิดความอับชื้นได้ง่าย
3. เปลี่ยนถุงเท้าและรองเท้า
หลีกเลี่ยงการใส่ถุงเท้าหรือรองเท้าที่เปียกชื้นซ้ำ
4. อย่าพอกสมุนไพรหลายชนิดพร้อมกัน
การนำสมุนไพรหลายชนิดมาผสมกันโดยไม่ทราบความเข้มข้น อาจทำให้เกิดการระคายเคืองและทำให้ไม่ทราบว่าสารใดเป็นสาเหตุของอาการแพ้
5. อย่าใช้สมุนไพรกับแผลลึกหรือแผลติดเชื้อ หากมีแผลเปิดมาก หนอง กลิ่นผิดปกติ หรือปวดบวมมาก ควรพบแพทย์หรือบุคลากรทางการแพทย์
**แล้วเมื่อไรควรไปพบแพทย์?
**ควรพบแพทย์หรือบุคลากรทางการแพทย์ หากมีอาการต่อไปนี้แดง บวม ร้อน และปวดมากขึ้น
มีหนองหรือของเหลวผิดปกติ
มีแผลลึกหรือแผลขยาย
มีไข้
ผิวหนังเปลี่ยนสีอย่างผิดปกติ
อาการไม่ดีขึ้นหลังดูแลตนเอง
มีโรคประจำตัวที่เพิ่มความเสี่ยงต่อแผลติดเชื้อ เช่น เบาหวาน
โดยเฉพาะผู้ที่เป็นเบาหวาน ไม่ควรรอดูอาการนานเมื่อมีแผลที่เท้า
สมุนไพรไทยมีบทบาทในการดูแลสุขภาพและมีข้อมูลทางวิชาการรองรับในหลายด้าน แต่การใช้สมุนไพรกับปัญหา “น้ำกัดเท้า” ควรเลือกให้เหมาะกับลักษณะอาการ
*ใบบัวบก มีข้อมูลเด่นด้านการสมานแผลและลดการอักเสบ
*ขมิ้นชัน มีข้อมูลการใช้ภายนอกสำหรับผดผื่นคันและแผลบางชนิด
*ผิวมะกรูด มีข้อมูลด้านฤทธิ์ต้านการอักเสบและจุลชีพ แต่ต้องระวังเรื่องความไวต่อแสง
*กระเทียม มีภูมิปัญญาการใช้กับโรคผิวหนังบางชนิด แต่กระเทียมสดสามารถระคายเคืองผิวได้ จึงไม่ควรพอกลงบนแผลโดยตรง
*ตำลึง มีการใช้ในภูมิปัญญาไทย แต่ยังไม่ควรกล่าวว่าเป็นยารักษาน้ำกัดเท้าหรือเชื้อราโดยตรง
ที่สำคัญที่สุดคือ สะอาด–แห้ง–ไม่อับชื้น–ไม่พอกสมุนไพรบนแผลโดยไม่จำเป็น และหากสงสัยการติดเชื้อควรได้รับการประเมินจากบุคลากรทางการแพทย์
สมุนไพรไม่ใช่เพียงเรื่องของ “ใช้แล้วหาย” แต่ต้องรู้จักเลือกส่วนที่ใช้ วิธีเตรียม วิธีใช้ และข้อควรระวังให้เหมาะกับอาการ
Story : eMag. | ความรู้แพทย์แผนไทยเพื่อการดูแลสุขภาพอย่างเข้าใจและปลอดภัย
แหล่งข้อมูล
กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก — คลังความรู้สมุนไพรและตำราอ้างอิงยาแผนไทย
กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก — ข้อมูลบัวบกและการใช้ประโยชน์ทางยา
กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก — ข้อมูลกระเทียม
กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก — ข้อมูลการศึกษาฤทธิ์ของผิวมะกรูด
กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก — ข้อมูลขมิ้นชันและการใช้ภายนอก
กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก — ข้อมูลบัวบกและการใช้ประโยชน์ทางยา
กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก — ข้อมูลกระเทียม
กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก — ข้อมูลการศึกษาฤทธิ์ของผิวมะกรูด
กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก — ข้อมูลขมิ้นชันและการใช้ภายนอก
โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้
มะกรูดดองน้ำผึ้ง ยาอายุวัฒนะ เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน บำรุงเลือด ผิวพรรณดี
“มะกรูดดองน้ำผึ้ง” นับเป็นยาดองและยาอายุวัฒนะ ช่วยทำให้เลือดลมไหลเวียนดีขึ้น ผิวพรรณผ่อง เหมาะกับสตรีมีประจำเดือนมาไม่ปกติ และผู้สูงวัยที่ร่างกายเกิดภาวะแห้ง ทำให้เลือดลมไหลเวียนไม่ดี หรือเลือดมีความหนืด ยาดองมะกรูดน้ำผึ้ง ยังเป็นเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ เพราะมีแบคทีเรียชนิดดีต่อลำไส้ เรียกกันว่า “โปรไบโอติกส์” ช่วยลดอาการอักเสบของร่างกาย ช่วยลดการเกิดโรคร้ายแรงต่างๆ ได้ และยังป้องกันโรคภูมิแพ้ได้อีกด้วย สามารถทำไว้รับประทานเองที่บ้านได้ มะกรูด เป็นพืชผักสวนครัว นิยมนำมาปรุงอาหารและเป็นสมุนไพรที่หมอพื้นบ้าน แพทย์แผนไทยนำมาใช้เป็นกระสายยา และเข้าตำรับยาต่างๆ หรือนำมาทำผลิตภัณฑ์บำรุงร่างกาย ลดกลิ่นอับต่างๆ มะกรูดมี สรรพคุณ ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระสูง เสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกายแข็งแรง บำรุงหัวใจ แก้อาการไอ ขับเสมหะ แก้ฝีภายในและแก้เสมหะเป็นพิษ ช่วยขับลมในลำไส้ แก้อาการจุกเสียด ท้องอืด แน่นท้อง แก้ลม หน้ามืด วิงเวียน ผิวมะกรูดยังมีน้ำมันหอมระเหย ช่วยให้ผ่อนคลาย ไล่กลิ่นอับชื้น ไล่แมลง ได้อีกด้วย น้ำผึ้ง Honey คือ น้ำหว...
ชะเอมเถา สรรพคุณมากล้น จากเถาถึงผล รักษาโรคสารพัด
อาจไม่ใช่เรื่องแปลกของผู้ที่คุ้นเคยและคุ้นชินกับรสชาติของ ผลชะเอมเถา หรือ ชะเอมป่า หรือ อ้อยสามสวน สมุนไพร ที่มีสรรพคุณมากคุณค่าทางยา ใช้ประโยชน์ได้ตั้งแต่รากจนถึงผล ลองมาดูกันว่า สรรพคุณของ ชะเอมเถานั้นมีอะไรบ้าง *ผล รสหวานขม สรรพคุณ ถ่ายเสมหะ คือทำให้เสมหะที่ติดค้างในส่วนต่างๆ ของร่างกายขับถ่าย *เถา รสหวานเอียน สรรพคุณ ถ่ายลม แก้คอแห้ง บำรุงผิวหนัง แก้โรคตา *ใบ รสขมน้อย สรรพคุณ ถ่ายโลหิต *ดอก รสขมน้อย สรรพคุณ แก้ดีและโลหิตพิการ *ราก รสหวานเอียน สรรพคุณ แก้กระหายน้ำ ทำให้ชุ่มคอ สรรพคุณดีขนาดนี้ ไม่ลองหาเมล็ดพันธุ์มาเพาะปลูกไว้ในสวน ในกระถางกันไว้บ้าง นับว่าน่าเสียดายนักแล... Story&foto :eMag 2 ธันวาคม 2564
สมุนไพรและพืชผัก ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด
ใน ยุคที่ผู้คนหันมาใส่ใจสุขภาพกันมากขึ้น การดูแลร่างกายด้วยวิธีธรรมชาติจึงได้รับความนิยม โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด วันนี้เราจะพาไปรู้จักกับสมุนไพรและพืชผักใกล้ตัวถึง 15 ชนิด ที่ไม่เพียงแต่เป็นส่วนประกอบในอาหาร แต่ยังมีสรรพคุณที่น่าสนใจในการช่วยลดและควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดอีกด้วย โดยแบ่งเป็นกลุ่มสมุนไพรดังนี้ กลุ่มที่ 1 สมุนไพรในครัวเรือน มะระขี้นก: มีสารสำคัญที่ชื่อว่า ชาแรนติน (Charantin) ซึ่งทำหน้าที่คล้ายอินซูลิน ช่วยกระตุ้นการเผาผลาญกลูโคสในร่างกาย และมีส่วนช่วยให้เซลล์ดูดซึมน้ำตาลไปใช้ได้ดีขึ้น อบเชย: มีสารประกอบที่เรียกว่า โพลีฟีนอล (Polyphenols) ซึ่งช่วยให้ร่างกายตอบสนองต่ออินซูลินได้ดีขึ้น ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดลดลง และยังช่วยชะลอการย่อยคาร์โบไฮเดรตได้อีกด้วย ขิง: สารประกอบในขิง เช่น จินเจอรอล (Gingerols) มีส่วนช่วยเพิ่มความไวของเซลล์ต่ออินซูลินและช่วยเพิ่มการนำน้ำตาลไปใช้ ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดดีขึ้น ขมิ้น: มีสารออกฤทธิ์ที่ชื่อว่า เคอร์คิวมิน (Curcumin) ซึ่งมีคุณสมบัติในการต้านการอักเสบและเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ นอกจาก...
ผู้เข้าชม
E-Mag Talk
รู้จัก...ทักทาย E-Magazone
สร้างสรรค์ขึ้นจากบล็อกเกอร์ คอลัมนิสต์ นักเขียน นักเดินทางอิสระ ที่สนุกในการเขียนเรื่องราวรอบตัวที่ได้จากการเดินทางท่องเที่ยว พักผ่อน ลิ้มรสอาหารอร่อยริมทาง หรือการถ่ายทอดประสบการณ์ชีวิต การทำงาน จากบุคคลธรรมดา แต่กลับสร้างแรงบันดาลใจ จุดประกายความคิดดีๆ ให้กับผู้อ่านได้ นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งรวมข่าวสาร สาระดีๆ ทั้งความรู้สุขภาพ ด้านเกษตรอินทรีย์ เทคโนโลยี่ วิถีชีิวิตวัฒนธรรม สัตว์เลี้ยงแสนรัก ที่สามารถติดตามอ่านได้ใน E-Magazone.com เว็บไซค์นี้ เพราะรอบตัวคุณ...ล้วนมีเรื่องเล่ามากมายไม่รู้จบ...
เนื้อหาและภาพถ่ายในบล็อกทั้งหมดเป็นลิขสิทธิ์ของ E-magazonec.com ห้ามคัดลอกหรือตัดทอนส่วนใดส่วนหนึ่ง โดยไม่ได้รับอนุญาตเด็ดขาดNiki9Editor
Search
Sections
Trending now
มะกรูดดองน้ำผึ้ง ยาอายุวัฒนะ เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน บำรุงเลือด ผิวพรรณดี
“มะกรูดดองน้ำผึ้ง” นับเป็นยาดองและยาอายุวัฒนะ ช่วยทำให้เลือดลมไหลเวียนดีขึ้น…
ไปให้รู้ เดินดูให้เห็นสะพานเดินท่องป่าชายเลน วนอุทยานปราณบุรี
สะพานเดินป่าชายเลนศึกษาธรรมชาติ โครงการพระราชดำริสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมร…
เมืองไทยก็มีวาฬบรูด้าให้ดูที่สมุทรสาคร
ตื่นตากับทริปนั่งเรือดูวาฬบรูด้า จ.สมุทรสาคร Story&Photo by Niki9 ครั้งแรกที่เห…
ชะเอมเถา สรรพคุณมากล้น จากเถาถึงผล รักษาโรคสารพัด
อาจไม่ใช่เรื่องแปลกของผู้ที่คุ้นเคยและคุ้นชินกับรสชาติของ ผลชะเอมเถา หรือ ช…
ตะลุยแหล่งขายส่งหอมแดง กระเทียมเลื่องชื่อ @ จ. ศรีสะเกษ
ตลาดค้าส่งหอมแดง กระเทียมเลื่องชื่อ @ จ. ศรีสะเกษ เพราะชอบกินหอมเจียว…
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น
ขอบคุณที่ติดตามอ่านบทความใน E-Magazone