Contact Us

E-Magazone
228/65 , Ratchada 32,
Jatujak Bangkok,Thailand 10900
Tel.0926992541
www.emagazone.com
Email: emagazone2017@gmail.com

Thank you Follow Us

รวมบทความ

แสดงเพิ่มเติม

Facebook

Stories all Around

Stories All Around สาระน่ารู้อยู่รอบตัวคุณ

Popular

ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

5 สมุนไพรใกล้ตัว ดูแลอาการน้ำกัดเท้า หลังลุยน้ำหรือน้ำท่วมขัง



รู้จักวิธีใช้ให้เหมาะสม ปลอดภัย และไม่ทำให้แผลระคายเคืองมากขึ้น

ช่วงฤดูฝนหรือหลังเกิดน้ำท่วม หลายคนต้องเดินลุยน้ำเป็นเวลานาน ทำให้ผิวหนังบริเวณเท้าและซอกนิ้วสัมผัสกับความชื้นต่อเนื่อง จนอาจเกิดอาการคัน แสบ แดง ผิวหนังเปื่อย ลอก หรือมีแผลเล็ก ๆ ที่เรียกกันทั่วไปว่า “น้ำกัดเท้า”

สิ่งสำคัญไม่ได้อยู่เพียงการหาสมุนไพรมาใช้ แต่ต้องเริ่มจากการ ล้างเท้าให้สะอาด เช็ดให้แห้ง และหลีกเลี่ยงความอับชื้น เพราะความชื้นที่ค้างอยู่ระหว่างซอกนิ้วเป็นปัจจัยที่เอื้อต่อปัญหาผิวหนังและเชื้อรา

สมุนไพรบางชนิดมีข้อมูลด้านการลดการอักเสบ สมานแผล หรือมีฤทธิ์ต้านจุลชีพ จึงอาจนำมาใช้เป็น การดูแลเสริม ในกรณีที่อาการไม่รุนแรง แต่ไม่ควรใช้แทนยารักษาเชื้อรา ยาฆ่าเชื้อ หรือการตรวจรักษาเมื่อมีอาการรุนแรง

1. ใบบัวบก
ชื่อวิทยาศาสตร์: Centella asiatica (L.) Urb.


ใบบัวบกเป็นสมุนไพรที่มีการใช้ในศาสตร์การแพทย์แผนไทยมายาวนาน โดยข้อมูลในคลังความรู้ของกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกระบุถึงการใช้บัวบกในด้าน ลดการอักเสบและสมานแผล และมีข้อมูลการศึกษาทางคลินิกเกี่ยวกับการดูแลแผลผิวหนังด้วยผลิตภัณฑ์สารสกัดจากบัวบก

วิธีเตรียม
หากเป็นการดูแลแผลตื้น ควรเลือกใช้ ผลิตภัณฑ์บัวบกสำหรับใช้ภายนอกที่ได้มาตรฐาน มากกว่านำใบสดที่ไม่ผ่านการควบคุมความสะอาดมาพอกแผลโดยตรง

วิธีใช้
ใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับทาภายนอกตามฉลาก โดยทาบาง ๆ บริเวณที่ต้องการ

ข้อควรระวัง
ผู้ที่แพ้พืชในวงศ์ผักชีควรหลีกเลี่ยง และการใช้ผลิตภัณฑ์ทาบัวบกอาจทำให้เกิดความไวต่อแสงในบางรายได้

2. ขมิ้นชัน
ชื่อวิทยาศาสตร์: Curcuma longa L.


ขมิ้นชันเป็นสมุนไพรที่กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกให้ความสำคัญ โดยมีข้อมูลการใช้ภายนอกสำหรับ ผดผื่นคันและแผลบางชนิด และมีสารสำคัญกลุ่มเคอร์คูมินอยด์และน้ำมันหอมระเหยที่เกี่ยวข้องกับฤทธิ์ทางชีวภาพหลายด้าน

วิธีเตรียม
สำหรับการใช้ภายนอก สามารถใช้ ผงขมิ้นชันที่สะอาดและเป็นผลิตภัณฑ์มาตรฐาน หรือผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่ขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้อง

วิธีใช้
ใช้ตามวิธีและปริมาณที่ระบุบนฉลาก โดยเฉพาะกรณีใช้กับผิวหนังที่มีอาการคันหรือระคายเคือง

ข้อควรระวัง
ไม่ควรนำผงสมุนไพรที่ไม่สะอาดโรยลงบนแผลลึก แผลติดเชื้อ หรือแผลที่มีหนอง เพราะอาจเพิ่มการปนเปื้อนและทำให้การรักษาล่าช้า

3. ผิวมะกรูด
ชื่อวิทยาศาสตร์: Citrus hystrix DC.

ผิวมะกรูดมีสารกลุ่มน้ำมันหอมระเหยและสารประกอบอื่น ๆ ที่ได้รับการศึกษาด้านฤทธิ์ต้านการอักเสบและต้านจุลชีพ อย่างไรก็ตาม ข้อมูลดังกล่าวจำนวนหนึ่งเป็นข้อมูลจากการศึกษาทางห้องปฏิบัติการ ไม่ควรนำมาแปลว่า “ผิวมะกรูดรักษาน้ำกัดเท้าได้” โดยตรง

วิธีเตรียม
หากต้องการใช้ในรูปแบบภูมิปัญญา ควรใช้ ผิวมะกรูดที่ล้างสะอาด และนำไปต้มในน้ำสะอาด ไม่ควรใช้สารสกัดเข้มข้นหรือน้ำมันหอมระเหยเข้มข้นทาลงบนผิวโดยตรง

วิธีใช้
ใช้เฉพาะน้ำต้มที่เย็นแล้วสำหรับการดูแลผิวภายนอก และควรทดสอบบริเวณเล็ก ๆ ก่อน

ข้อควรระวัง
ผิวมะกรูดมีสารกลุ่ม furanocoumarins ซึ่งเกี่ยวข้องกับ ความไวต่อแสง จึงควรหลีกเลี่ยงการนำสารสกัดเข้มข้นหรือน้ำมันจากผิวมะกรูดไปใช้บนผิวก่อนสัมผัสแดด

ไม่แนะนำให้ใช้มะกรูดสดถูบริเวณผิวที่แตกหรือเป็นแผล

4. กระเทียมสด

ชื่อวิทยาศาสตร์: Allium sativum L
.

กระเทียมเป็นสมุนไพรที่มีสารสำคัญ เช่น allicin และมีการใช้ในภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยสำหรับโรคผิวหนังบางชนิด รวมถึงมีข้อมูลการใช้ภายนอกสำหรับกลากเกลื้อนในฐานข้อมูลสมุนไพรของกรมการแพทย์แผนไทยฯ

อย่างไรก็ตาม จุดนี้ต้องระวังเป็นพิเศษ เพราะ กระเทียมสดสามารถทำให้ผิวหนังระคายเคืองหรือเกิดผิวหนังอักเสบได้

วิธีเตรียม
ไม่แนะนำให้บดกระเทียมสดแล้วพอกทิ้งไว้บนผิวหนัง โดยเฉพาะผิวที่เปื่อย แตก หรือมีแผล

หากต้องการใช้ผลิตภัณฑ์กระเทียมภายนอก ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีการควบคุมความเข้มข้นและมีฉลากชัดเจน

วิธีใช้
ใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับผิวหนังตามคำแนะนำบนฉลาก และหยุดใช้ทันทีหากมีอาการแสบ แดง หรือพุพอง

ข้อควรระวัง
ไม่ควรใช้กระเทียมสดตำพอกบนแผลน้ำกัดเท้าโดยตรง

ข้อมูลของกรมการแพทย์แผนไทยฯ ระบุว่ากระเทียมสามารถทำให้เกิดการระคายเคืองผิวหนังได้ ดังนั้นการใช้กับผิวที่บอบบางหรือมีแผลต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ

5. ตำลึง
ชื่อวิทยาศาสตร์: Coccinia grandis (L.) Voigt

ตำลึงเป็นผักพื้นบ้านที่มีการใช้ในภูมิปัญญาไทย และมีข้อมูลเกี่ยวกับการใช้สมุนไพรพื้นบ้านในการดูแลสุขภาพ แต่สำหรับ การรักษาน้ำกัดเท้าหรือเชื้อราที่เท้าโดยตรง หลักฐานทางคลินิกยังไม่เพียงพอที่จะสรุปว่าใช้แทนการรักษามาตรฐานได้

ดังนั้น หากนำตำลึงมาใช้ ควรมองในฐานะ การดูแลเสริม ไม่ใช่ยารักษาเชื้อรา

วิธีเตรียม
หากใช้ในรูปแบบพื้นบ้าน ควรเลือกใบอ่อนที่สะอาด ล้างให้สะอาด และไม่ใช้วัสดุที่อาจปนเปื้อนกับแผล

วิธีใช้
หลีกเลี่ยงการพอกใบสดลงบนแผลเปิด หากมีผลิตภัณฑ์ตำลึงสำหรับใช้ภายนอก ควรใช้ตามฉลากผลิตภัณฑ์

ข้อควรระวัง
หากเกิดอาการคัน แสบ แดง หรือบวมมากขึ้นหลังใช้ ให้หยุดใช้ทันที

วิธีดูแล “น้ำกัดเท้า” ที่สำคัญกว่าสมุนไพร

แม้สมุนไพรบางชนิดจะมีข้อมูลสนับสนุนด้านการลดการอักเสบ สมานแผล หรือต้านจุลชีพ แต่หัวใจสำคัญของการดูแลเท้าหลังลุยน้ำคือ การลดความชื้นและป้องกันการติดเชื้อ

1. ล้างเท้า
หลังสัมผัสน้ำท่วม ควรล้างเท้าด้วยน้ำสะอาดและสบู่อ่อน ๆ

2. เช็ดให้แห้ง
โดยเฉพาะ ซอกนิ้วเท้า เพราะเป็นบริเวณที่เกิดความอับชื้นได้ง่าย

3. เปลี่ยนถุงเท้าและรองเท้า
หลีกเลี่ยงการใส่ถุงเท้าหรือรองเท้าที่เปียกชื้นซ้ำ

4. อย่าพอกสมุนไพรหลายชนิดพร้อมกัน
การนำสมุนไพรหลายชนิดมาผสมกันโดยไม่ทราบความเข้มข้น อาจทำให้เกิดการระคายเคืองและทำให้ไม่ทราบว่าสารใดเป็นสาเหตุของอาการแพ้

5. อย่าใช้สมุนไพรกับแผลลึกหรือแผลติดเชื้อ หากมีแผลเปิดมาก หนอง กลิ่นผิดปกติ หรือปวดบวมมาก ควรพบแพทย์หรือบุคลากรทางการแพทย์

**แล้วเมื่อไรควรไปพบแพทย์?

**ควรพบแพทย์หรือบุคลากรทางการแพทย์ หากมีอาการต่อไปนี้แดง บวม ร้อน และปวดมากขึ้น
มีหนองหรือของเหลวผิดปกติ
มีแผลลึกหรือแผลขยาย
มีไข้
ผิวหนังเปลี่ยนสีอย่างผิดปกติ
อาการไม่ดีขึ้นหลังดูแลตนเอง
มีโรคประจำตัวที่เพิ่มความเสี่ยงต่อแผลติดเชื้อ เช่น เบาหวาน

โดยเฉพาะผู้ที่เป็นเบาหวาน ไม่ควรรอดูอาการนานเมื่อมีแผลที่เท้า

สมุนไพรไทยมีบทบาทในการดูแลสุขภาพและมีข้อมูลทางวิชาการรองรับในหลายด้าน แต่การใช้สมุนไพรกับปัญหา “น้ำกัดเท้า” ควรเลือกให้เหมาะกับลักษณะอาการ

*ใบบัวบก มีข้อมูลเด่นด้านการสมานแผลและลดการอักเสบ
*ขมิ้นชัน มีข้อมูลการใช้ภายนอกสำหรับผดผื่นคันและแผลบางชนิด
*ผิวมะกรูด มีข้อมูลด้านฤทธิ์ต้านการอักเสบและจุลชีพ แต่ต้องระวังเรื่องความไวต่อแสง
*กระเทียม มีภูมิปัญญาการใช้กับโรคผิวหนังบางชนิด แต่กระเทียมสดสามารถระคายเคืองผิวได้ จึงไม่ควรพอกลงบนแผลโดยตรง
*ตำลึง มีการใช้ในภูมิปัญญาไทย แต่ยังไม่ควรกล่าวว่าเป็นยารักษาน้ำกัดเท้าหรือเชื้อราโดยตรง

ที่สำคัญที่สุดคือ สะอาด–แห้ง–ไม่อับชื้น–ไม่พอกสมุนไพรบนแผลโดยไม่จำเป็น และหากสงสัยการติดเชื้อควรได้รับการประเมินจากบุคลากรทางการแพทย์

สมุนไพรไม่ใช่เพียงเรื่องของ “ใช้แล้วหาย” แต่ต้องรู้จักเลือกส่วนที่ใช้ วิธีเตรียม วิธีใช้ และข้อควรระวังให้เหมาะกับอาการ

Story : eMag. | ความรู้แพทย์แผนไทยเพื่อการดูแลสุขภาพอย่างเข้าใจและปลอดภัย

แหล่งข้อมูล
กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก — คลังความรู้สมุนไพรและตำราอ้างอิงยาแผนไทย
กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก — ข้อมูลบัวบกและการใช้ประโยชน์ทางยา
กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก — ข้อมูลกระเทียม
กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก — ข้อมูลการศึกษาฤทธิ์ของผิวมะกรูด
กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก — ข้อมูลขมิ้นชันและการใช้ภายนอก

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

มะกรูดดองน้ำผึ้ง ยาอายุวัฒนะ เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน บำรุงเลือด ผิวพรรณ​ดี

ชะเอมเถา สรรพคุณมากล้น จากเถาถึงผล รักษาโรคสารพัด

สมุนไพรและพืชผัก ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด