เคยได้ยินไหมครับว่า "ถ้าอยากเปลี่ยนนิสัย ให้ทำติดต่อกัน 21 วัน"? แนวคิดนี้แพร่หลายมากในหมู่คนที่อยากพัฒนาตัวเอง แต่คุณเคยสงสัยไหมว่ามันมีที่มาอย่างไร และหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ยืนยันเรื่องนี้จริงหรือเปล่า? มาหาคำตอบกันครับ
จุดเริ่มต้นของแนวคิด 21 วัน: จากห้องผ่าตัดสู่หนังสือขายดี
จุดเริ่มต้นของแนวคิด 21 วัน: จากห้องผ่าตัดสู่หนังสือขายดี
แนวคิดนี้ไม่ได้เกิดจากงานวิจัยด้านพฤติกรรมศาสตร์โดยตรง แต่มาจากหนังสือที่ชื่อว่า "Psycho-Cybernetics" เขียนโดย ดร. แม็กซ์เวลล์ มอลทซ์ (Dr. Maxwell Maltz) ศัลยแพทย์ชื่อดังชาวอเมริกัน
จากข้อสังเกตนี้ ดร. มอลทซ์จึงสรุปว่าสมองของมนุษย์อาจต้องใช้เวลาอย่างน้อย 21 วันในการสร้างและยอมรับ "ภาพลักษณ์ของตัวเองใหม่" (self-image) และนั่นเองที่ทำให้แนวคิดนี้ถูกนำมาประยุกต์ใช้กับการสร้างนิสัยใหม่ๆ หรือการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน จนกลายเป็นที่รู้จักในวงกว้างและถูกส่งต่อกันมาอย่างยาวนาน
วิทยาศาสตร์ว่าอย่างไร? 21 วัน หรือ 66 วัน?
แม้ว่าแนวคิดของ ดร. มอลทซ์จะเป็นจุดเริ่มต้นที่สร้างแรงบันดาลใจ แต่ในทางวิทยาศาสตร์แล้ว หลักฐานที่รองรับว่าทุกคนต้องใช้เวลา 21 วันในการสร้างนิสัยนั้นยังไม่มีงานวิจัยที่ยืนยันได้อย่างชัดเจน
ต่อมาในปี 2009 มีการศึกษาที่น่าสนใจของ ดร. ฟิลลิปปา ลัลลี (Dr.Phillippa Lally) นักวิจัยด้านสุขภาพจิตจาก University College London ซึ่งเธอได้ทำการวิจัยกับอาสาสมัครกว่า 96 คน เพื่อดูว่าต้องใช้เวลานานแค่ไหนในการสร้างพฤติกรรมใหม่ให้เป็นนิสัยที่ทำได้โดยอัตโนมัติ
ผลการศึกษาพบว่าระยะเวลาที่ใช้ในการสร้างนิสัยนั้น แตกต่างกันไปในแต่ละบุคคลอย่างมาก โดยมีตั้งแต่ 18 วันไปจนถึง 254 วัน ซึ่งค่าเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 66 วัน นั่นหมายความว่าการทำอะไรให้กลายเป็นนิสัยที่แท้จริงอาจใช้เวลาเกือบ 2 เดือนเต็ม
ปัจจัยที่ส่งผลต่อระยะเวลาในการสร้างนิสัย ได้แก่:
- ความยากง่ายของพฤติกรรม: การดื่มน้ำ 1 แก้วทุกเช้าอาจใช้เวลาน้อยกว่าการออกกำลังกายวันละ 1 ชั่วโมง
-สภาพแวดล้อมส่วนบุคคล: การมีแรงสนับสนุนหรือสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยจะช่วยให้สร้างนิสัยได้ง่ายขึ้น
- ความถี่ในการทำ: การทำพฤติกรรมนั้นบ่อยแค่ไหน
-บุคลิกภาพและความตั้งใจของแต่ละคน
ดังนั้น แทนที่จะยึดติดกับตัวเลข 21 วัน ลองเริ่มจากการลงมือทำอะไรบางอย่างอย่างสม่ำเสมอ และถ้าคุณทำได้ติดต่อกัน 21 วัน นั่นก็ถือเป็นก้าวแรกที่ยอดเยี่ยมแล้วครับ เพราะเป้าหมายที่แท้จริงไม่ใช่แค่การทำได้ 21 วัน แต่คือการทำให้สิ่งดีๆ กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตคุณในระยะยาวต่างหาก
ในปี 1960 ดร. มอลทซ์สังเกตพฤติกรรมของคนไข้ที่มาทำศัลยกรรม เช่น การเสริมจมูก หรือการใส่แขนขาเทียม เขาพบว่าคนไข้เหล่านี้ใช้เวลาประมาณ 21 วัน ในการปรับตัวเข้ากับภาพลักษณ์ใหม่ของตัวเอง และหลังจากนั้นความรู้สึก "แปลก" หรือ "ไม่คุ้นเคย" ก็จะเริ่มหายไป
จากข้อสังเกตนี้ ดร. มอลทซ์จึงสรุปว่าสมองของมนุษย์อาจต้องใช้เวลาอย่างน้อย 21 วันในการสร้างและยอมรับ "ภาพลักษณ์ของตัวเองใหม่" (self-image) และนั่นเองที่ทำให้แนวคิดนี้ถูกนำมาประยุกต์ใช้กับการสร้างนิสัยใหม่ๆ หรือการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน จนกลายเป็นที่รู้จักในวงกว้างและถูกส่งต่อกันมาอย่างยาวนาน
วิทยาศาสตร์ว่าอย่างไร? 21 วัน หรือ 66 วัน?
แม้ว่าแนวคิดของ ดร. มอลทซ์จะเป็นจุดเริ่มต้นที่สร้างแรงบันดาลใจ แต่ในทางวิทยาศาสตร์แล้ว หลักฐานที่รองรับว่าทุกคนต้องใช้เวลา 21 วันในการสร้างนิสัยนั้นยังไม่มีงานวิจัยที่ยืนยันได้อย่างชัดเจน
ต่อมาในปี 2009 มีการศึกษาที่น่าสนใจของ ดร. ฟิลลิปปา ลัลลี (Dr.Phillippa Lally) นักวิจัยด้านสุขภาพจิตจาก University College London ซึ่งเธอได้ทำการวิจัยกับอาสาสมัครกว่า 96 คน เพื่อดูว่าต้องใช้เวลานานแค่ไหนในการสร้างพฤติกรรมใหม่ให้เป็นนิสัยที่ทำได้โดยอัตโนมัติ
ปัจจัยที่ส่งผลต่อระยะเวลาในการสร้างนิสัย ได้แก่:
- ความยากง่ายของพฤติกรรม: การดื่มน้ำ 1 แก้วทุกเช้าอาจใช้เวลาน้อยกว่าการออกกำลังกายวันละ 1 ชั่วโมง
- ความถี่ในการทำ: การทำพฤติกรรมนั้นบ่อยแค่ไหน
-บุคลิกภาพและความตั้งใจของแต่ละคน
"ทฤษฎี 21 วัน" ไม่ได้เป็นกฎเหล็กตายตัวที่ได้รับการยืนยันทางวิทยาศาสตร์อย่างแน่ชัด แต่เป็น แนวคิดเริ่มต้น ที่ช่วยสร้างแรงบันดาลใจและทำให้ผู้คนมีเป้าหมายที่จับต้องได้ในการเริ่มต้นทำสิ่งใหม่ๆ
แหล่งอ้างอิง
1.หนังสือที่ชื่อว่า "Psycho-Cybernetics", ดร. แม็กซ์เวลล์ มอลทซ์ (Dr. Maxwell Maltz)
2. ผลงานวิจัย ดร. ฟิลลิปปา ลัลลี (Dr.Phillippa Lally), https://www.surrey.ac.uk/people/phillippa-lally
Story & Photo : eMag
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น
ขอบคุณที่ติดตามอ่านบทความใน E-Magazone